Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ประวัติศาสตร์ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
31 กรกฎาคม 2553, 06:06:00

   


หน้า: [1]
ผู้เขียน หัวข้อ: ตะลึงพบแร่ไหลดำ จ.อุตรดิตถ์ อายุนับร้อยล้านปี  (อ่าน 1442 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้


ม่อน
คนบ้านเดียวกันฺ
ผู้ช่วยผู้จัดการ
*****


เพศ: หญิง
กระทู้: 133

สมาชิกลำดับที่ 3837


« เมื่อ: 07 มกราคม 2553, 22:10:02 »


ตะลึงพบแร่ไหลดำ จ.อุตรดิตถ์ อายุนับร้อยล้านปี



ผอ.กองธรณีวิทยา พิสูจน์แร่ไหลดำ ตะลึง! มีอายุนับร้อยล้านปี อยู่ลึกใต้ผิวโลก 100 กิโลเมตร ชี้เป็นหลักฐานทางธรณีวิทยาที่สำคัญของโลก ว่า จ.อุตรดิตถ์ กับ จ.น่าน เคยเป็นรอยต่อของแผ่นเปลือกโลกมาก่อน ...

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 6 มกราคม 53 ได้มีคณะของกรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งนำโดย ดร.อดิชาติ  สุรินทร์คำ ผู้อำนวยการกองธรณีวิทยาฯ ได้เดินทางมายังบ้านของนายฟุ้ง เชื้อนพคุณ อายุ 66 ปี เลขที่ 43/1 บ้านน้ำพี้ หมู่ 1 ต.น้ำพี้ อ.ทองแสนขัน จ.อุตรดิตถ์ ซึ่งเป็นบ้านไม้ชั้นเดียว เพื่อทำการตรวจและพิสูจน์ก้อนแร่ไหลดำน้ำพี้ ตามที่ชาวบ้านให้ความเชื่อว่า หากนำมาทำวัตถุมงคลจะสามารถทำให้ปลอดภัยและแคล้วคลาด รวมทั้งป้องกันภูติผีปีศาจ สิ่งเร้นลับที่ชั่วร้าย ป้องกันคุณไสย โดยเฉพาะผู้ที่มีไว้ครอบครองจะคงกระพันชาตรี อีกทั้งยังให้โชคลาภ

โดย ดร.อดิชาติ  กล่าวว่า ก้อนหินชนิดนี้หรือแร่ไหลดำตามภาษาของที่ชาวบ้านเรียกกันประกอบไปด้วยแร่หลายอย่างประกอบไปด้วย แร่ควอทซ์หรือ ซิลิก้า เซอร์เพนทีน และแร่เหล็ก เมื่อแร่ดังกล่าวถูกไฟเผาหรือเป่าลนตกลงมายังวัตถุที่ไว้ลองรับจะทำให้แร่ชนิดนี้จับตัวกันเป็นก้อนหรือผลึก แร่ซิลิก้าเป็นแร่ชนิดเดียวกันกับที่นำมาทำเป็นกระจกใสหรือขวดแก้วใส แต่ได้ผ่านกระบวนการทางธรรมชาติทำความสะอาดให้แล้ว โดยมีทั้งลมและน้ำ ซึ่งถ้าหากว่าแร่ซอร์เพนทีนมีสีเขียวผสมอยู่ เมื่อใช้ความร้อนประมาณ 1,000 องศาขึ้นไป เป่าหรือลน แร่จะไหลออกมาเป็นสีเขียวปนใส แร่ซิลิก้าหากอยู่ปนกับแร่เหล็กและดินกันผสมอยู่ ภาษาวิทยาศาสตร์เรียกว่า มลทิน เมื่อถูกความร้อนจะไหลออกมาเป็นสีดำทึบแสงเหมือนนิล แต่มีความมันเงาและแวววาวกว่านิล เนื่องจากมีแร่ซิลิก้าผสมอยู่ หากมีแร่ซิลิก้าผสมกับซอร์เพนทีนและแร่เหล็ก เมื่อถูกเผาก็จะออกมาเป็นอีกสีหนึ่งที่แปลกและแตกต่างกันออกไป เนื่องจากมีส่วนผสมของแร่แต่ละชนิดนั้นมากหรือน้อยการพบซึ่งแร่ดังกล่าวเป็นแร่ที่หาพบได้ยากมากในโลกนี้ จะมีเฉพาะที่จังหวัดอุตรดิตถ์และเขตติดต่อกับจังหวัดน่านของประเทศไทยเท่านั้น

ส่วนในต่างประเทศก็จะพบที่ประเทศจีนแร่หินชนิดนี้เดิมทีอยู่ใต้ทะเลลึกใต้พื้นผิวโลกมากกว่า 100 กิโลเมตร มีอายุหลาบร้อยล้านปี ซึ่งขบวนการทางธรณีวิทยาทำให้แร่ชนิดนี้เกิดโผล่ขึ้นมาอยู่บนพื้นผิวโลกนานมาแล้วกว่า 130-150 ล้านปีที่ผ่านมา การพบแร่ชนิดนี้ ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีที่มีการค้นพบแร่ชนิดนี้ในประเทศไทย นับว่าเป็นขบวนการทางธรณีวิทยาที่สำคัญของโลก ที่แผ่นเปลือกโลกทั้ง 2 ทวีป ได้มีการเคลื่อนตัวมาชนกัน ทำให้แผ่นดินในพื้นที่ดังกล่าวที่เคยอยู่ใต้ท้องทะเลกลับดันตัวเองขึ้นมาสู่พื้นผิวโลกสัมผัสกับอากาศ ทำให้ปรากฏเป็นหลักฐานในพื้นที่ ของ จ.อุตรดิตถ์ โดยเฉพาะที่เขต อ.เมืองอุตรดิตถ์ อ.ท่าปลา อ.น้ำปาดส่วนที่ อ.แม่จริม อ.นาน้อย อ.นาหมื่น จ.น่าน ยังเคยเป็นรอยต่อของแผ่นเปลือกโลกเมื่อในอดีตเมื่อ 130 ล้านปีที่ผ่านมาแล้ว

ในส่วนเรื่องของความเชื่อนั้นเป็นเรื่องความรู้สึกของชาวบ้าน บางคนนำแร่ไหลดำน้ำพี้เข้าพีธีปลุกเสกร่วมกับพระพุทธรูปโดยจะเน้นให้พระเกจิอาจารย์ชื่อดังปลุกเสกก่อนนำมาคล้องคอและพกติดตัวตามความเชื่อของแต่ละบุคคล


ที่มา : http://www.thairath.co.th/content/region/57244

 
บันทึกการเข้า




ความเป็นมาในอดีต ความเป็นไปในอนาคต
ไม่สำคัญเท่ากับ ความเป็นอยู่ ในปัจจุบัน

yaitin
เจ้าหน้าที่อาวุโส
***


กระทู้: 27

สมาชิกลำดับที่ 4682


« ตอบ #1 เมื่อ: 02 กุมภาพันธ์ 2553, 23:11:03 »

อยากได้จัง
บันทึกการเข้า

sbobetthailand
สมาชิกมาใหม่
*


กระทู้: 5

สมาชิกลำดับที่ 5308


« ตอบ #2 เมื่อ: 19 กุมภาพันธ์ 2553, 19:07:44 »

แล้วแต่ความเชื่อของคนครับ
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: