Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ประวัติศาสตร์ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
31 กรกฎาคม 2553, 06:06:16

   


หน้า: [1]
ผู้เขียน หัวข้อ: ชี้หมาแมวผสมโรงทำโลกร้อน  (อ่าน 361 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้


นภดล
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 11,648

สมาชิกลำดับที่ 2

คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์
« เมื่อ: 31 ธันวาคม 2552, 22:10:44 »

เอเอฟพี – ผลศึกษาใหม่ระบุเพื่อนที่ดีที่สุดของมนุษย์อาจเป็นหนึ่งในศัตรูที่ร้ายกาจที่สุดสำหรับสิ่งแวดล้อม
       
        ในหนังสือ ‘ไทม์ ทู อีต เดอะ ด็อก: เดอะ รีล ไกด์ ทู ซัสเทนเนเบิล ลีฟวิ่ง’ โดยโรเบิร์ต และเบรนดา เวล ผู้เชี่ยวชาญด้านการใช้ชีวิตอย่างยั่งยืนจากมหาวิทยาลัยวิกตอเรียในเวลลิงตัน นิวซีแลนด์ ระบุว่าสุนัขสร้างรอยเท้าคาร์บอน หรือการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และก๊าซเรือนกระจกอื่นๆ ที่เป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อน มากกว่ารถสปอร์ตอเนกประสงค์ซดน้ำมันกว่าสองเท่า
       
        คำกล่าวอ้างนี้มาจากการวิเคราะห์อาหารสัตว์แบรนด์ยอดนิยม และคำนวณว่าสุนัขขนาดกลางหนึ่งตัวกินอาหารเหล่านี้ราวปีละ 164 กิโลกรัม และซีเรียล 95 กิโลกรัม
       
        เมื่อรวมกับพื้นที่ในการผลิตอาหารสุนัข จะเท่ากับสุนัขขนาดกลางสร้างรอยเท้าคาร์บอนเป็นบริเวณ 0.84 เฮกตาร์ หรือสองเท่าของ 0.41 เฮกตาร์ที่เกิดจากการขับรถโฟร์วีล 100,000 กิโลเมตรต่อปี รวมถึงพลังงานที่ใช้ในการผลิตรถยนต์
       
        เพื่อยืนยันข้อมูลนี้ นิตยสารนิวไซเอนทิสต์ได้ขอให้จอห์น แบร์เรตต์ จากสถาบันสิ่งแวดล้อมสต็อกโฮล์มในยอร์ก อังกฤษ คำนวณรอยเท้าทางนิเวศน์วิทยาด้วยข้อมูลของตนเอง ซึ่งได้ผลลัพธ์เช่นเดียวกับสองสามีภรรยาเวล
       
        การศึกษาของเวลยังระบุว่า สัตว์เลี้ยงอื่นๆ ไม่ได้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าน้องหมา เช่น แมวสร้างรอยเท้าคาร์บอนราว 0.15 เฮกกตาร์ น้อยกว่าการขับรถโฟล์กกอล์ฟตลอดทั้งปีนิดหน่อย ขณะที่หนูแฮมสเตอร์สร้างรอยเท้าคาร์บอนพอๆ กับทีวีพลาสมา และปลาทองใช้พลังงานเท่ากับโทรศัพท์มือถือสองเครื่อง
       
        เวลเสริมว่า ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากสัตว์เลี้ยงไม่ได้จำกัดอยู่ที่แค่รอยเท้าคาร์บอน แต่แมวและหมายังทำร้ายสัตว์ป่า แพร่เชื้อโรค และทำให้เกิดมลพิษต่อแหล่งน้ำ
       
        ในอังกฤษที่มีแมวทั้งสิ้น 7.7 ล้านตัว ปรากฏว่ามีสัตว์ในธรรมชาติถูกล่า ฆ่าและกินไปกว่า 188 ล้านตัวต่อปี หรือเฉลี่ยนก สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และกบ 25 ตัวต่อแมวหนึ่งตัว
       
        เช่นเดียวกัน สุนัขทำให้ความหลากหลายทางชีวภาพในบริเวณที่พวกมันเดินลดลง ขณะที่มูลสุนัขทำให้น้ำในแม่น้ำลำธารมีแบคทีเรียสูง ไม่ปลอดภัยสำหรับการดื่ม ออกซิเจนลดลง และทำให้สัตว์น้ำตาย
       
        มูลแมวดูจะอันตรายกว่า เจ้าของที่ทิ้งมูลแมวลงชักโครกจะทำให้นากและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเลติดเชื้อ toxoplasma gondii ที่เป็นอันตรายต่อสมอง
       
        อย่างไรก็ตาม โรเบิร์ตแนะนำทางออกในเรื่องนี้โดยการลดอาหารสุนัขที่ประกอบด้วยเนื้อที่อุดมด้วยโปรตีน หลีกเลี่ยงการพาสุนัขไปเดินเล่นในบริเวณที่มีสัตว์ในธรรมชาติชุกชุม และอย่าให้แมวออกนอกบ้านตอนกลางคืน
       
        ต่อประเด็นสัตว์เลี้ยงสร้างมลภาวะนั้น รีฮา ฮัตติน ประธาน 30 มิลเลียน เฟรนด์ส มูลนิธิพิทักษ์สิทธิ์สัตว์ในฝรั่งเศส บอกว่าการกำจัดสัตว์เลี้ยงอาจส่งผลต่อมนุษย์เลวร้ายพอกัน
       
        “สัตว์เลี้ยงเป็นยาแก้เครียด และดีสำหรับผู้สูงวัย ทุกคนควรช่วยกันลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สำหรับฉันเดินแทนการใช้รถและไม่กินเนื้อสัตว์ แล้วทำไมฉันจึงไม่ควรมีสิทธิ์เลี้ยงแมวตัวเล็กๆ เพื่อปลดปล่อยความเหงา?”
บันทึกการเข้า




คนจน ๆ แต่จริงใจมีให้เห็น  โอ้แม่เนื้อเย็น เจ้าจะได้เป็นเทพีบ้านไพร
เหนื่อยก็พักอยากก็ทำไม่ต้องแข่งใคร อยู่อย่างสบายใจ เจ้ากลับเมื่อไร จะไปขอแต่ง

หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: