Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ประวัติศาสตร์ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย
1 ชั่วโมง
1 วัน
1 สัปดาห์
1 เดือน
ตลอดกาล
เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
31 กรกฎาคม 2553, 06:06:07
หน้าแรก
ช่วยเหลือ
ค้นหา
เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก
Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ประวัติศาสตร์ ภาคใต้
>
ธรรมมะ และข้อคิดต่างๆในการใช้ชีวิตของพุทธศาสนา
>
ประวัติเกจิอาจารย์และเรื่องราวต่างๆของเกจิอาจารย์
>
หลวงพ่อฤาษีลิงดำ
> หัวข้อ:
สมเด็จองค์ปฐม ทรงตรัสสอนเทพพรหม ณ เทวสภา
หน้า: [
1
]
พิมพ์
ผู้เขียน
หัวข้อ: สมเด็จองค์ปฐม ทรงตรัสสอนเทพพรหม ณ เทวสภา (อ่าน 1158 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
นภดล
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
เพศ:
กระทู้: 11,648
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่
สมเด็จองค์ปฐม ทรงตรัสสอนเทพพรหม ณ เทวสภา
«
เมื่อ:
14 ธันวาคม 2552, 21:09:33 »
สมเด็จองค์ปฐม ทรงตรัสสอนเทพพรหม ณ เทวสภา
“ดูก่อนท่านทั้งหลาย ท่านที่มาประชุมทั้งหมด จะเป็นเทวดาก็ดี นางฟ้าก็ดี พรหมก็ดี ขอทุกท่านจงอย่าลืม ความตาย นั่นหมายถึงว่าการจุติ ลืมความเป็นทิพย์เสีย อย่าได้เพลิดเพลินเกินไป อย่ามีความสุขเกินไป และมันจะทุกข์ทีหลัง จงดูภาพมนุษย์ว่ามนุษย์เมืองไหนบ้างที่น่าเกิด เมืองมนุษย์มีแต่ความทุกข์ ต้องประกอบกิจการงานทุกอย่าง ต้องกระทบกระทั่งกับอารมณ์ มีความปรารถนาไม่ค่อยจะสมหวัง ทุกอย่างต้องใช้แรงงาน
แต่ว่ามาเป็น เทวดา มาเป็นนางฟ้า ทุกอย่างหมดสิ้น นั่นหมายความว่าไม่ต้องทำอะไรเลย ร่างกายอิ่มเป็นปกติ ร่างกายเยือกเย็นอบอุ่นไม่ต้องห่มผ้า และมีความปรารถนาสมหวัง ก็หมายความว่า ถ้าจะไปทางไหนก็สามารถลอยไปถึงที่นั่นได้ทันทีทันใด ความป่วยไม่มี ความแก่ไม่มี ร่างกายไม่มีการเปลี่ยนแปลง ความเป็นทิพย์อย่างนี้ ท่านทั้งหลายจงอย่ามัวเมา จงอย่ามีความเข้าใจผิดว่าเราจะอยู่ที่นี่ตลอดกาลตลอดสมัย
ทั้งนี้เพราะ อะไร เพราะอายุเทวดาก็ดี นางฟ้าก็ดี พรหมก็ดี มีอายุจำกัดตามบุญวาสนาบารมี ถ้าหมดบุญวาสนาบารมีก็ต้องจุติ คือตาย แต่ว่าท่านทั้งหลายจงอย่าลืมว่า เทวดาก็ดี นางฟ้าก็ดี พรหมทั้งหมดที่นั่งอยู่ที่นี่ทั้งหมด แม้แต่จะเป็นพระอริยเจ้า ที่ท่านเป็นพระอริยเจ้าก็มาก จงอย่าลืมว่าทุกท่านยังมีบาปติดตัวอยู่ และการสะสมบาปมาเป็นชาติๆยังมีมากมาย”
(พอพระพุทธเจ้าตรัสอย่างนี้ บรรดาท่านทั้งหลาย อาตมาก็ใช้กำลังใจดูร่างกายของเทวดา นางฟ้ากับพรหม เห็นเงาบาปอยู่ภายใน หนามาก เป็นอันว่าทุกองค์ต่างมีบาป แต่ก็มาเป็นเทวดา เป็นนางฟ้า เป็นพรหมได้ แต่ก็ดูตัวเองเวลานั้น ร่างกายของตัวเองก็เป็นทิพย์ บาปมันก็ท่วมท้นเหมือนกัน ต่อไปองค์สมเด็จพระภควันต์ทรงตรัสว่า)
“ภิกขเว…ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย (เวลานั้นมีพระมาด้วยหลายองค์) และท่านทั้งหลายที่อยู่ที่นี่ทั้งหมด จงอย่าลืมว่าทุกท่านมีบาปติดตัวมามากมาย อาศัยบุญเล็กน้อยก่อนจะตายจิตใจนึกถึงบุญก่อน จึงได้มาเกิดบนสวรรค์บ้าง มาเกิดบนพรหมบ้าง ถ้าหากว่าท่านจุติเมื่อไร โน่น…นรก! (ท่านชี้มือลงเห็นนรกไฟสว่างจ้าแดงฉานไปหมด) ท่านทั้งหลายจะต้องพุ่งหลาวลงนรก เพราะใช้กฎของกรรมคือบาป ชำระหนี้บาป กว่าจะมาเกิดเป็นคนก็นานหนักหนา และมาก็เป็นคนแล้วก็ไม่แน่ว่าจะได้กลับมาเป็นเทวดา นางฟ้า หรือพรหมใหม่
ทั้ง นี้เพราะอะไร ก็เพราะว่าเป็นคนอาจจะทำบาปใหม่ อาจลงนรกไปใหม่ก็ได้ ฉะนั้นเมื่อท่านทั้งหลายมาถึงที่นี่ มาอยู่สวรรค์ก็ดี พรหมโลกก็ดี เป็นทางครึ่งหนึ่งของนิพพานระหว่างมนุษย์กับนิพพาน เป็นอันว่าท่านทั้งหลายได้ครึ่งทาง การมาได้ครึ่งทางของท่านทั้งหลาย จงดูนั่น…นิพพาน!”
(ท่านก็ยกมือชี้ขึ้นให้ดูพระนิพพาน เวลานั้นเทวดา นางฟ้า กับพรหมทั้งหมด อาตมาก็เหมือนกัน เห็นพระนิพพานไสวสว่างจ้า มีวิมานสีเดียวกันคือ สีแก้วแพรวพรายเป็นระยับ เป็นแก้วสีขาว พระอรหันต์ทั้งหลายที่อยู่ที่นั่นมีความสุขขนาดไหน มีความเข้าใจหมด แล้วองค์สมเด็จพระบรมสุคตก็ทรงกลับมาพูดกับเทวดา กับนางฟ้าใหม่ว่า)
“ท่าน ทั้งหลายจงหวังตั้งใจคิดว่า ถ้าการจุติมีคราวนี้ ถ้าบุญวาสนาบารมีของเรานี้สิ้นสุดลง เราจะไม่ไปเกิดเป็นมนุษย์ เราจะไม่เกิดเป็นเทวดา เราจะไม่เกิดเป็นนางฟ้า เราจะไม่ไปเกิดเป็นพรหม เราต้องการไปพระนิพพานจุดเดียว และการไปนิพพานนี่ ท่านทั้งหลายต้องยึด อารมณ์พระนิพพาน เป็นสำคัญ สำหรับพรหมก็ดี เทวดาก็ดี นางฟ้าเก่าๆก็ดี ตถาคตไม่หนักใจ ทั้งนี้เพราะมีความเข้าใจแล้ว (ก็แสดงว่าพรหม เทวดา นางฟ้า เป็นพระอริยเจ้ามาก)
ที่มีความเป็นห่วง ก็เป็นห่วงเทวดา นางฟ้าใหม่ๆ ที่มาเกิดใหม่ๆ จะหลงความเป็นทิพย์ นั่นหมายความว่าจะมีความเพลิดเพลินในความเป็นทิพย์ ยังมีความรู้สึกว่าเราจะเกิดอยู่ที่นี่ตลอดไป จะไม่มีการจุติ จะไม่มีการเคลื่อน อันนี้เป็นความเห็นที่ผิด จงคิดตามนี้เพื่อพระนิพพาน นั่นคือ จงมีความรู้สึกว่าเราจะต้องจุติวันนี้ไว้เสมอ และอาการของชีวิตนี่เป็นของที่ไม่แน่นอน เราจะตายเมื่อไรก็ได้ ความตายเป็นของเที่ยง ความเป็นอยู่เป็นของไม่เที่ยง
เมื่อคิดอย่างนี้ แล้ว ทุกท่านจงอย่าประมาท จงใช้ปัญญาพิจารณาความดีของพระพุทธเจ้า พระธรรม พระอริยสงฆ์ ว่าท่านทั้งหลายควรจะเคารพไหม ถ้าจิตใจของท่านมีศรัทธา มีความเคารพในพระพุทธเจ้า ในพระธรรม ในพระอริยสงฆ์ ก็เป็นอาการขั้นที่สองที่ท่านจะไปนิพพานได้
หลังจากนั้น ขอท่านทั้งหลาย จงทรงศีลให้บริสุทธิ์ จะเป็นศีล ๕ ก็ตาม ศีล ๘ ก็ตาม กรรมบถ ๑๐ ก็ตาม ศีล ๒๒๗ ก็ตาม” (พอท่านพูดถึงศีล ๒๒๗ ก็คิดในใจว่า เทวดาจะไปบวชที่ไหน องค์สมเด็จพระจอมไตรก็หันหน้ามาตรัสว่า)
“ฤาษี…เทวดาเขาไม่ต้องบวช อย่างเทวดาชั้นยามาก็ดี ชั้นดุสิตก็ดี อย่างนี้เขามีศีลครบถ้วนบริบูรณ์ทั้ง ๒๒๗ เหมือนกับความเป็นพระ พรหมก็ตาม เช่นเดียวกัน ทุกท่านอยู่ด้วยธรรมปีติ ทุกท่านอยู่ด้วยความสุข เขาไม่อาบัติ สิ่งที่จะเป็นอาบัติไม่มี สิ่งที่จะเป็นบาปไม่มี”
(แล้วท่านก็หันหน้าไปหาเทวดา นางฟ้า กับพรหมว่า)
“ขอ ทุกท่านจงอย่าลืมว่า เราจะเป็นผู้มีศีล ให้ตั้งเฉพาะศีล ๕ ก็ดี ศีล ๘ ก็ได้ ศีล ๑๐ ก็ได้ กรรมบถ ๑๐ ก็ได้ ศีล ๒๒๗ ก็ได้ ตั้งใจไว้ว่า เราจะไม่ละเมิดศีล หลังจากนั้นจึงมีจิตใช้ปัญญา คิดว่าการเกิดเป็นเทวดาก็ดี นางฟ้าก็ดี เป็นพรหมก็ดี มีสภาพไม่เที่ยง จะต้องมีการจุติเป็นวาระสุดท้าย ในเมื่อการจุติจะเกิดขึ้น อารมณ์จะทุกข์ จงคิดไว้เสมอว่า เราจะต้องจุติ ในเมื่อเราจะต้องจุติ เราจะไม่ยอมลงอบายภูมิ เราจะไม่เกิดเป็นมนุษย์
ท่านทั้งหลาย จงดูภาพของมนุษย์ (แล้วพระองค์ก็ชี้มาที่เมืองมนุษย์ มนุษย์เต็มไปด้วยความวุ่นวาย มนุษย์เต็มไปด้วยการงานต่างๆ มนุษย์มีความหิว มีความกระหาย มีความอยาก มีความต้องการไม่มีสิ้นสุด สิ่งทั้งหลายที่ก่อสร้างขึ้นมาแล้ว จะเป็นทรัพย์สินยังไงก็ตาม ในเมื่อเราตายจากความเป็นมนุษย์ เราก็หมดสิทธิ์ อย่างบางท่านเป็นพระมหากษัตริย์ อยู่ในพระราชฐานดีๆสร้างไว้เป็นที่หวงแหน คนภายนอกเข้าไม่ได้ เข้าได้แต่คนภายใน
แต่ว่าท่านทั้งหลายเมื่อตาย มาแล้วกลับไปเกิดเป็นคน หากว่าท่านไม่ได้เกิดในตระกูลกษัตริย์ตามเดิม ท่านเป็นประชาชนคนภายนอก ท่านจะไม่มีสิทธิ์เข้าเขตนั้นเลย ทั้งๆที่เป็นของที่ท่านสร้างเอาไว้ ท่านทำเอาไว้ทุกอย่าง แล้วท่านจะไม่มีสิทธิ์ นี่คือความไม่แน่นอนของความเป็นมนุษย์ มันเป็นทุกข์อย่างนี้ ถ้าเกิดเป็นคนก็ต้องหยุด ต้องเดินไปเดินมาทำกิจการงานทั้งวัน เพื่อผลประโยชน์หน่อยเดียว คือเงิน ถ้าไม่มีเงินก็ไม่สามารถจะมีชีวิตทรงตัวอยู่ได้ เพราะมีความจำเป็นต้องหาเงิน (ในเมื่อท่านตรัสอย่างนี้แล้วก็บอกว่า)
จง อย่าคิดเป็นมนุษย์ต่อไป ตัดความเป็นมนุษย์เสีย เลิกความหมายความเป็นมนุษย์ เห็นว่าโลกมนุษย์เป็นทุกข์ มีความเกิดขึ้นและมีความเปลี่ยนแปลง มีความแก่ มีความป่วย การพลัดพรากจากของรักของชอบใจ มีความตายเป็นที่สุด และจงอย่าอยากเป็นเทวดา อยากเป็นนางฟ้า เป็นพรหมต่อไป เพราะเทวดา นางฟ้า กับพรหมก็มีสภาพไม่เที่ยงเหมือนกัน
เมื่อมีความคิดในเบื้องต้น ก็มีความเปลี่ยนแปลงไปธรรมดา ก็มีความจุติไปในที่สุด ทุกคนหวังนิพพานเป็นที่ไป ตั้งใจไว้เสมอว่าเราจะเป็นผู้มีศีล เราจะนับถือพระไตรสรณคมน์คือ พระพุทธเจ้า พระธรรม พระอริยสงฆ์ แล้วก็เราจะต้องจุติในวันหน้า ตถาคตมีความรู้สึกว่า ท่านทั้งหลายที่เป็นเทวดา นางฟ้า พรหมเก่าๆ มีความเข้าใจดีแล้ว (คำว่า “เข้าใจ” บรรดาท่านพุทธบริษัทหมายถึงว่า เขาปฏิบัติได้ นี่คืออารมณ์พระโสดาบันกับอารมณ์พระอรหันต์)
สำหรับเทวดา นางฟ้า และพรหมใหม่ จงตั้งใจไว้เสมอว่า จงลืมความเป็นทิพย์เสีย อย่าเพลิดเพลินเกินไป อย่ามีความสุขเกินไป และมันจะทุกข์ทีหลัง ตั้งใจคิดว่าความสุขที่ได้มานี่ เราได้มาจากบุญเล็กน้อยเท่านั้น และบาปใหญ่ที่ขังอยู่ที่ตัวของเรายังมีอยู่ ถ้าเราเผลอไม่สร้างความดี ในเมื่อจุติจากความเป็นเทวดาหรือพรหมในภพนี้แล้ว ทุกคนจะต้องลงอบายภูมิ
จง ดูภาพนรกว่า มีขุมไหนที่น่าอยู่น่ารัก มันไม่น่าอยู่ไม่น่าเกิด ดินแดนไหนที่มีความสุขไม่มีการงาน เราจะมองไม่เห็นความสุขของมนุษย์ และก็ดูเทวดา นางฟ้า กับพรหม มนุษย์ที่เดินเกลื่อนถนน ทุกคนที่อยู่ในเมืองมนุษย์ เคยเป็นเทวดา เคยเป็นนางฟ้า เคยเป็นพรหมแล้ว ท่านทั้งหลาย จงตั้งใจไว้เฉพาะนิพพาน จงดูภาพพระนิพพานให้ชัดเจนแจ่มใสว่า ดินแดนพระนิพพานไม่มีที่สิ้นสุด…” (เมื่อพระองค์ตรัสเพียงนี้ พระองค์ก็จบ)
(หลวงพ่อได้สรุปใจความสั้นๆตามที่ท่านเทศน์ไว้ดังนี้)
“ท่านทั้งหลาย การหลบหลีกไม่ต้องตกอบายภูมิ มีนรก เป็นต้น เป็นของไม่ยาก
๑. ขอทุกท่านจงอย่าลืมความตาย จงคิดว่าความตายอาจจะมีกับเราเดี๋ยวนี้ ไว้เสมอๆ
๒. เคารพพระพุทธเจ้า พระธรรม พระอริยสงฆ์ ด้วยศรัทธาแท้ (ด้วยความจริงใจ)
๓. มีศีลบริสุทธิ์เป็นปกติ และ
๔. เป็นกรณีพิเศษ ปฏิเสธการเกิดเป็นมนุษย์ เทวดา นางฟ้า และพรหม ในชาติต่อไป ทุกท่านเห็นนิพพานแล้ว ตั้งใจไปพระนิพพานโดยเฉพาะ เท่านี้ทุกท่านจะหนีอบายภูมิพ้น และไปพระนิพพานได้ในที่สุด)”
หมายเหตุ : เทศน์ที่ “เทวสภา” วันที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๓๕ เวลา ๐๘.๐๐ น. พระเดชพระคุณหลวงพ่อ พระราชพรหมยาน เมตตาเล่าให้ลูกหลานฟัง เมื่อวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๓๕ เวลา ๒๑.๐๐ น.
บันทึกการเข้า
คนจน ๆ แต่จริงใจมีให้เห็น โอ้แม่เนื้อเย็น เจ้าจะได้เป็นเทพีบ้านไพร
เหนื่อยก็พักอยากก็ทำไม่ต้องแข่งใคร อยู่อย่างสบายใจ เจ้ากลับเมื่อไร จะไปขอแต่ง
shirate2009
เจ้าหน้าที่
กระทู้: 13
สมาชิกลำดับที่ 3346
Re: สมเด็จองค์ปฐม ทรงตรัสสอนเทพพรหม ณ เทวสภา
«
ตอบ #1 เมื่อ:
17 ธันวาคม 2552, 16:04:39 »
มึน ๆ ขอบคุณสำหรับข่าวสารมากคับ
บันทึกการเข้า
กลูตาไธโอน
กลูตาไทโอนกลูต้า
Gluta
ผิวขาว
หน้าใส
บิ๊กอาย
หน้า: [
1
]
พิมพ์
Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ประวัติศาสตร์ ภาคใต้
>
ธรรมมะ และข้อคิดต่างๆในการใช้ชีวิตของพุทธศาสนา
>
ประวัติเกจิอาจารย์และเรื่องราวต่างๆของเกจิอาจารย์
>
หลวงพ่อฤาษีลิงดำ
> หัวข้อ:
สมเด็จองค์ปฐม ทรงตรัสสอนเทพพรหม ณ เทวสภา
กระโดดไป:
เลือกหัวข้อ:
-----------------------------
วิธีการใช้งานเวบบอร์ด
-----------------------------
=> วิธีใช้งานต่างๆในบอร์ด
-----------------------------
เรื่องทั่วๆไปที่คนไทยควรรู้
-----------------------------
=> ในหลวงและพระบรมวงศานุวงศ์ และราชวงศ์จักรี
=> ประวัติศาสตร์ของชนชาติไทย วัฒนธรรม ประเพณี
===> ภาคเหนือ
===> ภาคตะวันออก
===> ภาคอีสาน
===> กรุงเทพมหานครและภาคกลาง
=> ศิลปวัฒนธรรม ภาคใต้
===> สุราษฎร์ธานี
=> บุคคลในประวัติศาสตร์และบุคคลที่น่าสนใจ
=> ห้องสมุด
===> ภาษาไทยและวรรณกรรมไทย
===> นิทานเด็ก นิทานสอนใจ
===> สามก๊กในความทรงจำ
===> แนะนำห้องสมุด
-----------------------------
ธรรมมะ และข้อคิดต่างๆในการใช้ชีวิตของพุทธศาสนา
-----------------------------
=> พระไตรปิฏก
===> ทศชาติชาดก
===> พุทธวจนะในธรรมบท (เสฐียรพงษ์ วรรณปก)
===> พระพุทธศาสนาจากพระโอษฐ์
===> พุทธประวัติ
=> " ธรรมะที่ถูกต้องตามหลักพระไตรปิฏก"
=> คำสอนและบทความทั่วไปเกี่ยวกับพุทธศาสนา
===> ธรรมะใต้ต้นโพธิ์
===> ข้อมูลด้านวิชาการเกี่ยวกับพุทธศาสนา
===> ตำนานพระปริตร
===> บันทึกของว.วชิรเมธี (W.Vajiramedhi)
=> ธรรมะจากสวนโมกข์
=> ประวัติเกจิอาจารย์และเรื่องราวต่างๆของเกจิอาจารย์
===> หลวงพ่อฤาษีลิงดำ
=> ข่าวสารเกี่ยวกับพุทธศาสนา
===> เสียงธรรม และไฟล์ Download
===> เวบไซท์ ของวัดต่างๆ
=> เรื่องแปลก และเรื่องราวลึกลับ
===> พระเครื่อง วัตถุมงคล สายเขาอ้อและจตุคาม รามเทพ
=> ประชาสัมพันธ์..สายธารน้ำใจและกิจกรรมทำดี
===> รวมลิงค์โฆษณาประชาสัมพันธ์สินค้า
-----------------------------
ทั่วฟ้าเมืองไทย
-----------------------------
=> ข่าวสารประจำวัน
===> ข่าวสาร เรื่องราวทัวไป พูดคุยทักทายเกี่ยวกับมุสลิม
===> กรุงเทพมหานคร..และภาคกลาง
===> อีสานม่วนซื่น
===> หมู่เฮาชาวเหนือ
===> ข่าวสารประชาสัมพันธ์ภาคตะวันออก
===> ปักษ์ใต้บ้านเรา(รูเมาะกิตอร์)
-----------------------------
บทความสาระความรู้
-----------------------------
=> ข่าวสารวงการสื่อสารโทรคมนาคม เทคโนโลยี มือถือ
===> โปรแกรม และเทคนิคเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์
=> Internet Web Site
=> บทความสาระความรู้และเรื่องราวทั่วๆไป สัพเพเหระ
===> คำสอนทั่วไปของศาสนาอิสลาม
===> ขำขัน
===> โหราพยากรณ์และฮวงจุ้ย
=> เรื่องราวดีๆ สร้างเสริมกำลังใจ ต่างๆ
===> บทความ เรื่องสั้น ที่เกี่ยวกับความรัก
-----------------------------
อนุรักษ์พลังงาน สัตว์ป่า และทรัพยากรธรรมชาติ
-----------------------------
=> อนุรักษ์สัตว์ป่าและพันธุ์พืช
=> รวมพลังลดโลกร้อนรักษาสิ่งแวดล้อมและการอนุรักษ์พลังงาน
=> ไม้ดอก ไม้ประดับ ปลาสวยงามและสัตว์เลี้ยง
=> การเกษตร,การประมง,เศรษฐกิจพอเพียง
-----------------------------
สุขภาพและอาหารการกิน
-----------------------------
=> สุขภาพ
=> รักสวยรักงาม
=> สมุนไพรไทย
=> อาหารการกินและร้านอาหาร
=> วิธีการทำอาหาร
-----------------------------
ดนตรีและเสียงเพลง
-----------------------------
=> ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับเครื่องดนตรีสากลและดนตรีไทย
===> รวมมิวสิควีดีโอ
===> เพลงไทยเก่าๆ
===> ข่าวสารวงการเพลงสากล
===> ข่าวสารทั่วไปในวงการเพลงสตริงเพลงร็อค ขวัญใจวัยโจ๋
=> ข่าวสารวงการลูกทุ่ง
===> ตำนานลูกทุ่งไทย
===> บ่นๆเรื่องคนลูกทุ่ง
=> เฮฮาประสาเพื่อชีวิต
=> ข่าวคลุกวงในโดย เอ พีราวุธ สว่างวิทย์
-----------------------------
กีฬา บันเทิง และความสุขยามว่าง
-----------------------------
=> ข่าวกีฬาทั่วโลก
===> ศึกฟุตบอลโลก 2010
===> พรีเมียร์ลีกอังกฤษ
=> เกมส์ การ์ตูน ของเล่น ของสะสม และความทรงจำวัยเด็ก
===> เรารักรถไฟ
===> มอเตอร์สปอร์ต
=> วิจารณ์ภาพยนตร์และข่าวสารวงการบันเทิง
-----------------------------
เดินทาง ท่องเที่ยว
-----------------------------
=> ท่องเที่ยวเมืองนอก
===> ข่าวต่างประเทศ สาระจากต่างแดน
=> บันทึกการเดินทางของเพื่อนสมาชิก
===> ภูกระดึง..มุมมองของใครของมันจ้า
=> รวมภาพประทับใจ
=> บทความ ข่าวสาร การท่องเที่ยว
===> ภาคเหนือ
===> ภาคอีสาน
===> กรุงเทพมหานครและภาคกลาง
===> ภาคตะวันออก
===> ภาคใต้
-----------------------------
จากเพื่อนถึงเพื่อน (บางหัวข้อ ต้องเป็นสมาชิกก่อนถึงจะมองเห็น)
-----------------------------
=> หอกระจายข่าว
=> Siamsouth in English
=> ทำไป บ่นไป เรื่องราวผ่านชีวิต
===> ประวัติศาสตร์ในกะลาของผม
=> คุยกับคุณาพร
===> "เข็มทิศแห่งชีวิต"
=> แผนกอิเล็กทรอนิกส์ วิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี
=> สถิติของเวบ siamsouth.com และประวัติสมาชิก
www.Stats.in.th
กำลังโหลด...