Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ประวัติศาสตร์ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
31 กรกฎาคม 2553, 06:06:45

   


หน้า: [1]
ผู้เขียน หัวข้อ: ปรากฏการณ์ปะการังเปลี่ยนสี  (อ่าน 937 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้


ณัฐ
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ
*****


เพศ: หญิง
กระทู้: 2,394

สมาชิกลำดับที่ 29

ไม่ถือสา...แต่ว่ารู้สึก...


« เมื่อ: 19 กันยายน 2552, 19:07:36 »







          ปะการัง เป็นสัตว์ทะเลพวกหนึ่ง มีขนาดเล็ก เคลื่อนที่เองไม่ได้ แตกต่างจากสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ใต้ท้องทะเล มีโครงสร้างเป็นหินปูนห่อหุ้มตัวอันอ่อนนุ่มของปะการังไว้เป็นชั้นนอก ซึ่งโครงสร้างหินปูนนี้เกิดจากชีวิตเล็กๆ ของปะการังได้สร้างขึ้นเป็นรูปทรงต่างๆ เป็นแผ่น เป็นก้อนหรือมีกิ่งก้าน รูปร่างของปะการังมีหลายแบบ เช่น ปะการังสมอง ปะการังเขากวาง ปะการัง ดอกเห็ด เป็นต้น

          ปะการังตัวหนึ่งๆ เมื่อเติบโตเต็มที่จะขยายพันธุ์โดยให้กำเนิดลูกปะการังเล็กๆ ล่องลอยไปตามกระแสน้ำซึ่งสามารถล่องลอยไปกับกระแสน้ำได้ในระยะไกลแสนไกลตราบเท่าที่มันยังไม่ตกเป็นเหยื่อของสัตว์ทะเลอื่นและไปเกาะจับบริเวณที่เป็นส่วนแข็งของท้องทะเล เช่น ก้อนหิน ปะการังจะเริ่มสร้างโครงสร้างแข็งที่เป็นหินปูนขึ้นห่อหุ้มตัวไว้ และขยายพันธุ์ไปเรื่อยๆ จนเติบโตเป็นกลุ่มก้อนรูปทรงต่างๆ และเมื่อชีวิตเล็กๆ ของปะการังเกิดขึ้นใหม่ก็จะสร้างโครงแข็งจากโครงร่างเดิมแตกเป็นกิ่งก้านออกไปอยู่ตลอดเวลา ทำให้แนวปะการังค่อยๆ แผ่ขยายออกไปเป็นอาณาจักรอันยิ่งใหญ่ภายใต้น่านน้ำแห่งท้องทะเล ในปีหนึ่งๆ กลุ่มปะการังจะสามารถสร้างโครงสร้างหินปูนได้เพียง 6-7 มิลลิเมตรเท่านั้น กิ่งก้านสาขาของปะการังที่เราเห็นจะเติบโตได้ 10 เซนติเมตรนั้น ก็ต้องใช้เวลาสร้างนาน 10-15 ปี

          แนวปะการังมีความเร้นลับซับซ้อนทางกายภาพ เนื่องจากทุกๆ รูและซอกโพรงนั้นจะเป็นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตอื่น ได้แก่ ปลา และสัตว์ที่ไม่มีกระดูกสันหลัง และเป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำทางทะเล เป็นที่อาศัยและค้ำจุนชีวิตของสัตว์น้ำมากกว่า 3,000 ชนิด ชุมชนของสิ่งมีชีวิตในแนวปะการัง มีก๊าซไนโตรเจนเป็นธาตุอาหารที่สำคัญส่วนหนึ่งผลิตขึ้นโดยสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน (blue-green algae) อีกส่วนหนึ่งจะผลิตโดยแบคทีเรียที่ปะปนอยู่ในตะตอนดินในแนวปะการัง ในหญ้าทะเลและในป่าชายเลน

          เมื่อไม่นานมานี้ระบบนิเวศแนวปะการังถูกกระทบกระเทือน เนื่องจากปะการังที่เคยมีสีสันสวยงามถูกทำให้มีสีซีดจางลง โดยเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า ปรากฏการณ์ปะการังเปลี่ยนสี หรือ ปะการังฟอกขาว (coral bleaching) โดยในครั้งแรกเกิดปรากฏการณ์นี้ขึ้นที่จังหวัดภูเก็ตใน พ.ศ.2522 ซึ่ง ต่อมาได้ขยายไปอย่าง กว้างขวางใน พ.ศ.2534 และปรากฏการณ์นี้ ได้แผ่ขยายไปมากขึ้นในปี พ.ศ.2541 จนถึงปัจจุบัน นักวิทยาศาสตร์สันนิษฐานว่า เป็นผลกระทบมาจากปรากฏการณ์ เอลนินโญ่ ซึ่งทำให้อุณหภูมิของ โลกและน้ำทะเล สูงขึ้น จนทำให้ปะการัง และสัตว์อื่นในบริเวณ แนวปะการังได้แก่ ดอกไม้ทะเล ถ้วยทะเล และปะการังอ่อน เปลี่ยนจากสีต่างๆ เป็นสีขาวและค่อยๆ ตายไป จากการสำรวจ พบว่า ขณะนี้ปะการังในอ่าวไทยเปลี่ยนสีไปแล้วประมาณ 60-80%






(ซ้าย) ปะการังที่เกิดปรากฏการณ์เปลี่ยนสี และ (ขวา) ปะการังในสภาวะปกติที่มีสาหร่ายเซลล์เดียวเกาะอยู่



          ตามปกติในเนื้อเยื่อชั้นใน (endodermes) ของปะการังมีสาหร่ายเซลล์เดียว เรียกว่า ซูซานเทลลี (zooxanthellae) อาศัยอยู่ สาหร่ายชนิดนี้จะสังเคราะห์แสงให้พลังงานแก่ปะการัง เป็นการอยู่ร่วมกัน แบบภาวะพึ่งพา (mutualism) ปรากฏการณ์ปะการังเปลี่ยนสีเกิดขึ้นเนื่องจากปะการังและสัตว์ทะเลอื่นๆ ในบริเวณนั้นได้ขับสาหร่ายซูซานเทลลีที่อาศัยอยู่ในเนื้อเยื่อออกไป จึงทำให้ปะการังและสัตว์ทะเลเหล่านั้นขาดพลังงานในการดำรงชีวิตจึงค่อยๆ ตายไป เหตุที่เป็นเช่นนี้เนื่องจากสิ่งแวดล้อมเปลี่ยนแปลงไป ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิของน้ำทะเลซึ่งเป็นผลมาจากปรากฏการณ์เอลนินโญ่ ที่ทำให้น้ำทะเลในฝั่งอันดามันเย็นลงแต่ทำให้น้ำทะเลในอ่าวไทยมีอุณหภูมิสูงขึ้น นอกจากนี้นักวิทยาศาสตร์ยังพบว่า มีปัจจัยอื่นๆ ที่มีผลต่อการเปลี่ยนสีของ ปะการังด้วย เช่น การเพิ่มขึ้นของปริมาณน้ำจืดที่ไหลลงสู่ทะเลในช่วงฤดูฝน จึงเป็นที่วิตกกันว่า ปรากฏการณ์ลานินญา ที่กำลังจะเกิดขึ้น จะทำ ให้มีฝนตกมากกว่าปกติจะเป็นเหตุให้มีน้ำจืดไหลลงสู่ทะเลปริมาณมาก การทับถมของตะกอนลงไปในทะเลก็ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการเจริญของปะการัง การใช้ทะเลจนทำให้เกิดมลพิษต่างๆ แสงจากดวงอาทิตย์ และการเกิดน้ำขึ้นน้ำลง ล้วนเป็นผลให้ปะการังเกิดการเปลี่ยนสี สิ่งที่น่าตระหนักสำหรับนักท่องเที่ยวและผู้ที่มีอาชีพเกี่ยวกับทะเลก็คือ ควรระวังอย่าให้ท้องทะเลเกิดมลพิษจากวัสดุและสารเคมีต่าง เพราะน้ำทะเลที่สกปรกมีมลพิษจะทำลายปะการัง และไม่ส่งเสริมการทำลายปะการังจากแหล่งธรรมชาติ โดยการนำไปเป็นของที่ระลึก ควรสร้างจิตสำนึกร่วมกันในการอนุรักษ์แหล่งที่มีปะการังไว้เป็นแหล่งท่องเที่ยวและเป็นแหล่งศึกษาของอนุชนรุ่นหลัง





สาเหตุที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์ปะการังเปลี่ยนสี


 
 
 - การเพิ่มขึ้นหรือลดลงของอุณหภูมิของน้ำทะเล

 - การเพิ่มขึ้นของการแผ่รังสีจากดวงอาทิตย์ ที่มีลต่อการสังเคราะห์แสงของสาหร่ายที่เกาะอยู่บนปะการัง

 - การเปลี่ยนแปลงทางเคมีของน้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเป็นกรด

 - การขาดอาหาร เนื่องจากพวกซูโอแพลงก์ตอนลดลง

 - มีการตกตะกอนทับถมมากขึ้น

 - มีการติดเชื้อโรค

 - มีการเปลี่ยนแปลงความเค็ม

 - กระแสลม

 - การสัมผัสกับอากาศในขณะที่เกิดน้ำลง




           นักวิชาการจากกรมประมง พบว่า อุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้นกว่าภาวะปกติ 1-3 องศาเซลเซียส เป็นปัจจัยหลักในการส่งเสริมให้เกิดปรากฏการณ์ปะการังเปลี่ยนสี (coral bleaching) โดยจะทำให้ปะการังขับสาหร่ายเซลล์เดียวที่อาศัยอยู่ข้างใน ซึ่งมีหน้าที่สังเคราะห์แสงให้พลังงานแก่ปะการังออกจากตัวปะการังไป ปะการังจึงอ่อนแอและตายลง

           ตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์ทางทะเลจากหน่วยงานต่างๆ ได้ติดตามทำการศึกษาปะการังอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่า เกิดจากสาเหตุหลายประการดังที่ได้กล่าวมาแล้ว ส่วนการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้นผิดปกติ อาจเป็นตัวการหนึ่งที่ก่อให้เกิดความสูญเสียต่อปะการัง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความสมบูรณ์ของทรัพยากรทางทะเล เนื่องจากสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป และเป็นการยากที่จะฟื้นฟูให้กลับมาเหมือนเดิมได้
 
 


ที่มาข้อมูล : http://www.gbrmpa.gov.au
http://www.school.net.th
http://www.marinepcd.org
http://en.wikipedia.org/wiki/Coral_bleaching
 


 
บันทึกการเข้า




...เมื่อใจมัน เซ ทะเล คือจุดหมาย ...ได้ออกไปเจอ คลื่นลม...คงหายดี...


แอ๋ว
คนบ้านเดียวกันฺ
ผู้ทรงคุณวุฒิชั้นโท
*****


เพศ: หญิง
กระทู้: 1,924

สมาชิกลำดับที่ 43

อย่ากลัว...ที่จะนั่งหยุดพัก...เพื่อคิด


« ตอบ #1 เมื่อ: 28 กันยายน 2552, 15:03:33 »


เมื่อคืนวันที่ 27 ก.ย. ดูรายการทีวี จำชื่อรายการไม่ได้ค่ะ

เค้าบอกว่า สาเหตุที่ปะการังเปลี่ยนสี อีกประการหนึ่งก็คือ "โลชั่นกันแดด"  ค่ะ



บันทึกการเข้า

"อย่าเห็นแก่ตัว  จนไม่เห็นหัวคนอื่น"

หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: