Siamsouth.com เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย จัดทำขึ้นโดยกลุ่มคนซึ่งต้องการเห็นความสามัคคีในชาติ ขอให้ผู้ใช้งานทุกท่าน ยึดมั่นในแนวทางนี้ด้วยนะครับ

เขาขุนพนม


สถานที่ตั้ง เขาขุนพนม ตั้งอยู่หมู่ที่ ๓ ตำบลบ้านเกาะ อำเภอพรหมคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราช


ประวัติความเป็นมา

ตามประวัติเชื่อกันว่า เขาขุนพนมเคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชภายหลังจากสิ้นรัชกาลของพระองค์ มีผู้สันนิษฐานว่าพระเจ้าตากสินทรงมิได้ถูกประหารชีวิตอย่างที่พงศาวดารกล่าวอ้างแต่ได้ทรงสับเปลี่ยนพระองค์กับพระญาติหรือทหารคนสนิท แล้วเสด็จมายังนครศรีธรรมราช มีการเตรียมการโดยมีการสร้างป้อมปราการทำเชิงเทินป้อมวงกลมตามชะง่อนผาเพื่อให้พระเจ้าตากสินได้ประทับเมื่อทรงผนวชเจริญวิปันสนากรรมกรรมฐาน ณ วัดเขาขุนพนมจนเสด็จสวรรคต แต่บางกระแสกล่าวว่าเขาขุนพนมสร้างโดยพระยาตรังภูมาภิบาลเจ้าเมืองนครศรีธรรมราช สำหรับพักตากอากาศที่เขาขุนพนมจึงมีการสร้างป้อมปราการคอยป้องกันอย่างแน่นหนา

 


ความสำคัญต่อชุมชน
ชาวเขาขุนพนมมีความเชื่อเรื่องพระเจ้าตากสินมหาราช เสด็จหนีมาประทับที่เขาขุนพนม จึงได้ร่วมมือกันสร้างพระตำหนักสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช บริเวณชะง่อนหินเชิงเขาซึ่งเป็นบริเวณที่เชื่อว่าพระองค์ประทับขณะผนวชอยู่ประชาชนที่ยังระลึกถึงวีรกรรมและความกล้าหาญในการกู้เอกราชชาติไทยในสมัยเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ ๒ ได้ร่วมกันสร้างพระบรมสาทิสลักษณ์ทั้งในเพศบรรชิต และชุดฉลองพระองค์นักรบ แล้วอัญเชิญมาไว้ในศาลให้ผู้คนที่ศรัทธาได้มากราบไหว้ ปัจจุบันจึงมีประชาชนจากทั่วสารทิศมาเขาขุนพนมอยู่เสมอเพื่อตามรอยพระเจ้าตากสินมหาราช


ลักษณะทางสถาปัตยกรรม
เขาขุนพนมมีลักษณะเป็นภูเขาหินปูนลูกโดดเตี้ย ๆ มีต้นไม้ปกคลุมอยู่อย่างหนาแน่น บนภูเขามีถ้ำหินปูนที่มีโพรงหินงอกหินย้อน ลักษณะของภูเขาวางตัวอยู่ในแถบเหนือ-ใต้ มีความยาวประมาณ ๗๕๐ เมตร กว้างตามแนวทางทิศตะวันออก-ตะวันตก ประมาณ ๕๐๐ เมตร สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ ๔๓ เมตร ส่วนยอดเขาสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ ๑๖๕ เมตร ทางทิศใต้ของภูเขาเป็นทางลาดชัน ทางทิศเหนือเป็นไหล่เขา ทางทิศตะวันตกเป็นสวนมังคุดและสวนยางพารา ทางทิศตะวันตกเป็นโรงเรียนและวัดเขาขุนพนม
เขาขุนพนมมีจุดเด่นอยู่ที่วัดเขาขุนพนมซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเขาขุนพนม ประวัติการก่อสร้างไม่ปรากฏ แต่หลักฐานประเภทโบราณสถานและโบราณวัตถุต่าง ๆ สามารถบ่งนี้ได้ว่าวัดเขาขุนพนมน่าจะสร้างขึ้นในตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี โบราณสถานโบราณวัตถุที่สำคัญได้แก่
๑. พระอุโบสถ

เดิมเป็นอาคารก่ออิฐถือปูนขนาด ๕.๘๐ x ๑๑.๒๐ เมตร ตั้งอยู่บนฐานยกพื้นสูง ๑.๗๕ เมตร เป็นฐานเขียงสองชั้นและฐานสิงห์หนึ่งชั้น หลังคาจั่วไม่มีช่อฟ้า ใบระกา และหางหงส์ประดับหลังคาของพระอุโบสถเหมือนทั่วไป ลักษณะจะเป็นพระอุโบสถที่เรียกว่า มหาอุด คือไม่มีช่องหน้าต่าง พ.ศ. ๒๕๓๓ มีการบูรณะปฏิสังขรณ์พระอุโบสถ ทำให้มีช่องรับแสงใต้หน้าบันและใต้ปีกหลังคา ภายในพระอุโบสถประดิษฐานพระประธาน เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย มีสาวกซ้ายขวาที่พนมมือที่มุมด้านข้างฐานชุกชี รอบพระอุโบสถมีใบเสมาแปดใบตั้งอยู่บนฐานสิงห์ ย่อมุมได้สิบสอง ส่วนบนเป็นบัวกลุ่มรองรับใบเสมา

๒. ถ้ำพระเจ้าตาก

บันไดทางขึ้นมีรูปพญานาคปูนปั้นเจ็ดเศียรสองตนแผ่นพังพานทอดตัวเป็นราวบันไดมีทั้งหมด๒๔๕ชั้นกลางลำตัวพญานาคสลักเป็นรูปพระพุทธรูปที่นั่งขัดสมาธิปิดตา อยู่ในวงกลมล้อมรอบด้วยลายเม็ดน้ำค้างและกลีบดอกไม้ ด้านนอกวงกลมเป็นลายกระจัง ใต้ศอพญานาคทุกตนมีลายนโม สุดปลายหางพญานาคเป็นเพิงผาขนาดใหญ่เรียกว่า ถ้ำพระเจ้าตากหรือถ้ำเขาขุนพนม ปากถ้ำหันไปทางทิศตะวันออก มีสิ่งก่อสร้างที่สำคัญได้แก่
๒.๑ ประตูทางเข้าด้านหน้า เป็นเสาหัวเม็ดเตี้ย ๆ ช่องประตูกว้างประมาณ ๗๐ เซนติเมตร ติดกับเสาหัวเม็ดด้านเหนือมีกำแพงแก้วเตี้ย ๆ ไปชิดกับผนังกำแพงก่ออิฐถือปูน
๒.๒ กำแพงทางด้านทิเศหนือ เป็นกำแพงอิฐถือปูนกว้างประมาณ ๒.๖๐ เมตร ยาว ๙.๓๐ เมตร สูง ๑.๘๐ เมตร ส่วนบนสุดของกำแพงประดับด้วยใบเสมา ภายในห้องหลังกำแพงประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัยสามองค์ ด้านข้างผนังถ้ำมีพระพุทธรูปปางมารวิชัยหนึ่งองค์และพระพุทธรูปสมาธิสององค์ ตัวกำแพงมีการนำถ้วยชามมาตกแต่ง บริเวณซุ้มของกำแพงยังปรากฏถ้วยลายครามจีนสมัยราชวงศ์หมิง ส่วนยอดของซุ้มประตูมีเครื่องลายครามสมัยราชวงศ์ชิง
บริเวณซุ้มกำแพงทิศเนือด้านในก่อเป็นเสา ยอดเสาคงเป็นเจดีย์ยอดแต่ส่วนขององค์ระฆังหักหายไปแล้ว เหลือเพียงฐานที่เป็นฐานสิงห์หนึ่งชั้นรองรับบัวกลุ่มประตูด้านหลังทำเป็นเสาหัวเข็มสองเสาเหมือนประตูทางเข้าด้านหน้าตัดจากเสาหัวเม็ดไปทางทิศเหนือเป็นราวกำแพงเตี้ยๆไปชนกับกำแพงด้านทิศเหนืออีกด้านไปชนทางด้านทิศตะวันตก
๒.๓ กำแพงด้านทิศตะวันตก อยู่ตรงกันข้ามกับประตูทางเข้าออกด้านหน้าเป็นกำแพงสูงประมาณ ๑.๘๐ เมตร ยอดกำแพงไม่มีใบเสมา ในผนังกำแพงมีเสาหลอกสามตันเสาด้านนอกสุดมีบัวหัวเสาคาดด้วยลูกแก้วอกไก่ ส่วนยอดเสาคงเป็นเจดีย์ยอดเช่นเดียวกับเสาด้านใน กำแพงด้านนี้ตกแต่งประดับประดาด้วยลายปูนปั้นทำเป็นรูปดอกไม้ โดยใช้เศษเครื่องลายครามจีนตกแต่ง จุดเด่นของผนังด้านนี้คือปูนปั้นรูปราหูอมจันทร์ ราหูไม่มีริมผีปากล่าง กางแขนออก สองมือประคองดวงจันทร์ อ้าปากแยกเขี้ยวคล้ายจะกลืนกิน
๒.๔ ลานหน้าถ้ำ ในลานหน้าถ้ำมีรูปยักษ์ปูนปั้นสองตนอยู่ด้านหน้าของเสาหัวเม็ดตรงประตูหลัง บริเวณนี้มีพระพุทธรูปศิลปะอยุธยาเป็นจำนวนมาก รอยพระพุทธบาทจำลองแกะไม้ฝังลงไปในเนื้อไม้เป็นลวดลายมงคล ๑๐๘ ขนาดกว้าง ๖๓ เซนติเมตร ยาว ๑.๗๒ เมตร ศิลปะสมัยอยุธยาตอนปลายถึงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ราวพุทธศตวรรษที่ ๒๓-๒๔
๒.๕ กำแพงด้านทิศตะวันตกสุด เป็นกำแพงด้านในสุด อยู่ถัดจากกำแพงด้านทิศตะวันตก ๒.๗๐ เมตร ก่อปิดด้านในสุดของผนังเพิงผาด้านทิศตะวันตก ทำให้เกิดห้องเล็ก ๆ ซึ่งได้มีการนำพระบรมสาทิสลักษณ์ของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชมาประดับที่ซุ้มประตู หลังถ้ำด้านในมีพระพุทธรูปปางไสยาสน์ปูนปั้นหนึ่งองค์


๓.พระตำหนักสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

ตั้งอยู่บนบริเวณชะง่อนหินใกล้เชิงเขาเมื่อขึ้นเขาตามบันไดนาคประมาณ๑๐เมตรจะพบพระตำหนักของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชอยู่ทางซ้ายมือบริเวณโดยรอบกุฎิมีซากกำแพงก่ออิฐเตี้ย ๆ


เส้นทางเข้าสู่เขาขุนพนม

จากตัวเมืองนครศรีธรรมราชไปตามถนนสาย ๔๐๑๖ นครศรีธรรมราชถึงอำเภอพรหมคีรี ระยะทางประมาณ ๒๔ กิโลเมตร ถึงสี่แยกพรหมโลก เลี้ยวขวาเข้าไปตามถนนสายพรหมโลก-ท่าแพ ถึงบ้านนาเสน ระยะทางประมาณ ๒ กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายไปประมาณ ๕๐๐ เมตร จะเห็นเขาขุนพนมตั้งอยู่เบื้องหน้า

 



 ยินดีรับคำติชมและข้อเสนอแนะ  ส่งมาที่ E-mail :siamsouth1@hotmail.com
***ใช้งานได้ดีกับ Internet Explorer 6.0 + ,Text size=Medium,หน้าจอขนาด 800 x 600 px ***