|
ธาราบำบัด "น้ำ" ฟื้นสุขภาพ

นงนวล รัตนประทีป รายงาน
การรักษาพยาบาลผู้ป่วยแต่ละรายนั้น ในบางครั้งไม่อาจรักษาด้วยวิธีให้ยาเพียงอย่างเดียวได้ เพราะอาการป่วยบางอย่างหรือโรคบางโรคก็ต้องอาศัยวิธีการอย่างอื่นควบคู่ไปด้วย เช่น โรคที่เกิดจากความผิดปกติของระบบประสาท กล้ามเนื้อ และกระดูก
โรคเหล่านี้จำเป็นต้องใช้วิธีการรักษาเสริมสร้างส่วนที่บกพร่อง และช่วยฟื้นฟูสภาพจิตใจให้สมบูรณ์ตามไปด้วย
"ธาราบำบัด (Aquatic Therapy)" เป็นการรักษาทางกายภาพบำบัดโดยการใช้น้ำเพื่อการรักษา ช่วยเสริมสร้างส่วนที่บกพร่องของระบบโครงสร้างกล้ามเนื้อ โดยต้องอยู่ภายใต้การควบคุมและการแนะนำของนักกายภาพบำบัด แต่ถ้าปวดเมื่อยทั่วไปก็สามารถบำบัดเองได้เช่นกัน โดยไม่ต้องมีนักกายภาพให้คำแนะนำ
น.พ.สมชาติ เจียมประเสริฐ ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูกรุงเทพมหานคร โรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวว่า ประวัติความเป็นมาของธาราบำบัดนี้เริ่มมีการใช้ประมาณ 1,000 ปีมาแล้ว ในสมัยกรีกโบราณและโรมัน ซึ่งมีผลทางกายภาพในการทำให้เกิดการผ่อนคลาย และยังมีประโยชน์ต่อโรคต่างๆ อีกหลายโรคด้วย เช่น โรคเกาต์, อัมพฤกษ์ อัมพาต, โรคลมชัก, โรคไขข้อต่างๆ, โรคอ้วน, พาร์กินสัน, โรคสมองพิการ, โรคสมองพิการ, โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (โปลิโอ) เป็นต้น
บางประเทศใช้แร่ธาตุของน้ำพุร้อนธรรมชาติมาช่วย เช่น ประเทศญี่ปุ่น หรือในยุโรป เพราะว่าร่างกายเมื่ออยู่ในน้ำจะมีสภาพไร้น้ำหนัก เนื่องจากความหนาแน่นของน้ำจะช่วยพยุงร่างกายทำให้ไม่ต้องรับน้ำหนักมาก เกิดความเบาสบายจนสามารถที่จะเคลื่อนไหวร่างกายในทุกส่วนได้อย่างดีและง่ายขึ้น
ด้วยคุณสมบัติต่างๆ เหล่านี้ ทำให้สุขภาพกายและจิตของผู้ป่วยที่เป็นโรคต่างกลับฟื้นฟูขึ้นมาได้เร็ว เช่น ผู้ป่วยเป็นโรคอัมพาต อัมพฤกษ์ ซึ่งจะออกกำลังกายหรือเดินลำบากบนบก แต่การเริ่มออกกำลังกาย หรือเดินในน้ำจะทำให้น้ำหนักตัวเบาลง ทำให้ฝึกเดินและออกกำลังกายได้ง่ายขึ้น จนสามารถมีแรงเดินบนบกได้ในที่สุด
ผู้ป่วยโรคไขข้อต่างๆ เช่น ข้อเข่าเสื่อม การเดินหรือออกกำลังกายในน้ำจะทำให้แรงดันต่อข้อลดลง จึงจะไม่ปวดข้อทำให้เดินหรือออกกำลังได้ดีกว่า ยิ่งถ้าเป็นน้ำอุ่น ยิ่งทำให้ลดอาการปวดและยังช่วยผ่อนคลายการยึดติดของข้อได้อีกด้วย
ผู้ป่วยโรคอ้วน ที่แบกน้ำหนักตัวเองด้วยความยากลำบาก การออกกำลังกายก็เหนื่อยง่าย แต่เมื่อเริ่มลงน้ำแล้ว จะรู้สึกตัวเบาสบาย จะเดินหรือออกกำลังกายก็ทำได้สะดวกและทำได้มากกว่า ไม่ปวดเข่า
ผู้ป่วยที่กระดูกหัก หลังผ่าตัดหรือถอดเฝือกออกแล้ว มีการยึดติดของข้อ หรือเดินลงน้ำหนักไม่ได้เต็มที่ การใช้น้ำจะช่วยทำให้เริ่มเดินได้เร็วและหายเร็วขึ้น มีความปวดน้อยลง
ผู้ป่วยพาร์กินสัน คือ ผู้ที่มีปัญหาการทรงตัวหรือการเคลื่อนไหว น้ำจะมีแรงดันช่วยพยุงตัวทำให้การฝึกทรงตัว และการเคลื่อนไหวต่างๆ ทำได้ง่ายและดีขึ้น
ผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง เช่น โปลิโอ ดูชีน เบ๊กเกอร์ การออกกำลังกายในน้ำจะเป็นการออกกำลังกายที่ถนอมกล้ามเนื้อและทำได้ง่ายกว่าบนบก
ผู้ป่วยโรคหอบหืด บางคนอาจจะออกกำลังกายบนบกได้น้อย เพราะถ้าเหนื่อยมากจะเกิดหอบหืด แต่การออกกำลังกายที่ใบหน้าอยู่เหนือผิวน้ำจะทำให้อากาศที่หายใจเป็นอากาศที่มีความชื้นสัมพัทธ์สูง โอกาสกระตุ้นอาการหอบหืดจะน้อยกว่า ทำให้การออกกำลังกายได้มากว่าบนบก
ผู้ป่วยโรคสมองพิการ การฝึกเดินในน้ำอุ่นทำให้การเกร็งของขาลดลง ผู้ป่วยจึงเดินได้สะดวกขึ้น จนสามารถช่วยโปรแกรมการฝึกเดินบนบกได้
หญิงที่ตั้งครรภ์ น้ำจะช่วยผ่อนคลาย ขณะเดียวกันก็ทำให้ถนอมกล้ามเนื้อ และลดแรงกระแทกที่ข้อต่อของมารดาทำให้ไม่เกิดการบาดเจ็บจากการออกกำลังกาย ขณะเดียวกันก็ลดการกระแทก ซึ่งอาจมีผลต่อทารกในครรภ์
ทารก ก็สามารถใช้ธาราบำบัดได้เช่นกัน เป็นการออกกำลังกายในน้ำ เพื่อช่วยให้พัฒนาการของกล้ามเนื้อแข็งแรงเร็วขึ้น โดยเฉพาะกล้ามเนื้อขา ถึงแม้ว่าลูกยังคลานไม่ได้เพราะอายุน้อย และยังช่วยกระตุ้นให้เด็กเกิดพัฒนาการได้ดีขึ้นด้วย
สุดท้ายคือ บุคคลทั่วไปที่รู้สึกว่าปวดเมื่อยหรือเหน็ดเหนื่อย เครียดจากการทำงานที่ต้องใช้สมองอย่างหนัก น้ำจะช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ทำให้ลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ เรียกว่า กระแสน้ำจะช่วยให้ระบบการหมุนเวียนของโลหิตดีขึ้น หรือแม้แต่การเต้นแอโรบิกในน้ำก็ให้ความสนุกสนาน มีรสชาติมากขึ้น อีกทั้งยังได้ความแปลกใหม่ ที่สำคัญ เป็นการลดโอกาสบาดเจ็บจากการออกกำลังกายได้ดีกว่าบนบกด้วย
บางคนที่มีปัญหาเรื่องกล้ามเนื้อขายึดตัว ก็สามารถใช้ธาราบำบัดพร้อมฝึกการบริหารกล้ามเนื้อขาเพิ่มขึ้น เช่น การเดินไปเดินมาในน้ำ การเดินเตะขาในน้ำ การเดินต้านกระแสน้ำที่พ่นออกมา การลอยตัวโดยใช้อุปกรณ์ต่างๆ เช่น ห่วงยาง เป็นต้น
สถานที่ใช้ฝึกธาราบำบัดนั้น ควรมีอากาศถ่ายเทสะดวก มีพื้นที่น้ำกว้างขวาง พอที่จะเคลื่อนไหวได้อย่างสบายๆ สามารถปรับอุณหภูมิน้ำตามความต้องการได้ มีระบบการทำความสะอาดหมุนเวียนน้ำที่มีประสิทธิภาพสูง มีระบบกระแสน้ำไว้คอยนวดตัว ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ มีเครื่องช่วยพยุงตัวในน้ำ กรณีที่ป่วยเป็นโรคที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ควรมีนักกายภาพบำบัดคอยดูแลแบบตัวต่อตัวอย่างใกล้ชิด
การออกกำลังกายในน้ำจะช่วยลดแรงกระแทก และระบบการหายใจก็จะสะดวกขึ้น สามารถเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ เพิ่มความทนทาน ผ่อนคลายความตึงตัวของกล้ามเนื้อ ลดการปวด ปรับสมดุลของร่างกาย มีการทรงตัวที่ดีขึ้น กระตุ้นระบบประสาทสัมผัส และมีผลต่อการลดความเครียด ความวิตกกังวล ความโกรธ อีกทั้งเพิ่มความมั่นใจให้ผู้ป่วยด้วย

ธาราบำบัดในยุคปัจจุบันเริ่มแพร่หลายมากขึ้น บางแห่งใช้ในรูปของสปา มีการแช่น้ำอุ่นเพื่อให้เส้นเลือดภายในร่างกายขยายตัว เลือดได้รับออกซิเจนไปเลี้ยงกล้ามเนื้อ หัวใจ จะรู้สึกสดชื่น โดยอาจแช่ประมาณ 20-30 นาที บางแห่งอาจนำไปทำที่บ้านของตัวเองก็ได้ โดยอาจจะมีเครื่องทำน้ำวนในอ่างอาบน้ำ หรือในสระ มีการติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่น น้ำเย็น ผสมให้เข้ากันหรือให้ได้อุณหภูมิที่พอเหมาะ ร่างกายทนได้ไม่ร้อนหรือเย็นเกินไป แต่มีข้อเตือนคือ เครื่องทำน้ำวนที่เป็นแบบกระเป๋าหิ้วหากไม่ได้มาตรฐานหรือมีคุณภาพต่ำ ก็จะมีอันตรายต่อร่างกาย ทำให้เกิดไฟรั่วหรือไฟชอร์ตได้ ต้องระมัดระวังให้มากๆ
หากคนที่เป็นโรคหัวใจถ้าแช่น้ำไว้นานเกินไป เส้นเลือดมีการขยายตัวทีเดียวพร้อมกันทำให้เลือดไปอยู่บริเวณผิวหนังของร่างกาย กระแสเลือดที่จะไหลเวียนกลับไปเลี้ยงร่างกายก็น้อย หัวใจต้องทำงานหนัก บางคนเวียนศีรษะ และอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตได้
ข้อห้ามของผู้ป่วยที่ต้องการทำธาราบำบัด คือ พวกที่มีแผลพุพอง หรือแผลสด โรคหัวใจรุนแรง เป็นไข้ โรคไตล้มเหลวขั้นรุนแรง โรคจิตคลุมคลั่งที่ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ เป็นต้น
ส่วนการลงอ่างประเภทชูวิทย์นั้นก็ใช่ธาราบำบัดเหมือนกัน ช่วยในการผ่อนคลาย แต่เหตุผลต่างกับทางการแพทย์ และยังมีปัจจัยเสี่ยงมากด้วย ทางที่ดีอย่าไปจะดีที่สุด
จะเห็นว่าน้ำนี้มีผลต่อองค์ประกอบโดยรวมของชีวิตมนุษย์เกือบทุกด้าน นอกจากช่วยรักษาโรคได้แล้ว ยังมีผลต่อชีวิต หากวันใดขาดน้ำชีวิตก็ต้องดับสูญ น้ำยังหล่อเลี้ยงสังคมและน้ำก็สามารถทำลายสังคมได้
สรุปแล้วน้ำมีผลดีหากมนุษย์เราหากใช้อย่างถูกวิธี
ที่มา : สุขภาพ
นสพ.ข่าวสด 15/09/04 |