Siamsouth.com เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย จัดทำขึ้นโดยกลุ่มคนซึ่งต้องการเห็นความสามัคคีในชาติ ขอให้ผู้ใช้งานทุกท่าน ยึดมั่นในแนวทางนี้ด้วยนะครับ

 

หนึ่งวันกิน 7 สี สาวสุขภาพดี-หุ่นเช้งกระเด๊ะ

หนึ่งในวิธีที่สาวๆ ใช้รักษาหุ่นให้เช้งกระเด๊ะ และสุขภาพดีก็คือการเน้นกินผัก ผลไม้

สถาบันมะเร็งแห่งชาติสหรัฐอเมริกา ถึงกับแนะนำให้บริโภคผักและผลไม้ 5-9 หน่วยรับประทาน (serving) ต่อวัน โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ ผู้ชายให้รับประทาน 9 หน่วยต่อวัน ผู้หญิงให้รับประทาน 7 หน่วยต่อวัน และเด็กรับประทาน 5 หน่วยต่อวัน ซึ่งใน 1 หน่วยการรับประทานนั้น ประกอบด้วย ผักสด 1 ถ้วย ผักที่ผ่านการปรุงแล้วครึ่งถ้วย และผลไม้อีกครึ่งถ้วย

แต่ในหนึ่งหน่วยของการบริโภคผักและผลไม้นั้น ยังมีเรื่องของสีสันเป็นองค์ประกอบหลักในการเลือกรับประทานให้เกิดประโยชน์สูงสุดอีกด้วย

ดร.เดวิด ฮีเบอร์ ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาทางวิทยาศาสตร์และการแพทย์ของบริษัท เฮอร์บาไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล อิงค์ และผู้อำนวยการศูนย์โภชนาการสำหรับมนุษย์ ยูซีแอลเอ ประจำมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอสเแองเจลิส กล่าวถึงความเกี่ยวพันของสีสันกับผักผลไม้ไว้ว่า

"ผักผลไม้แต่ละชนิดนอกจากจะให้คุณประโยชน์แตกต่างกันแล้ว ยังมีสีสันที่ต่างกันไปอีกด้วย ซึ่งสีสันของผักผลไม้นั้นไม่ใช่แค่ส่วนประกอบช่วยเพิ่มความเชิญชวนในการรับประทานเท่านั้น แต่สีสันที่มีอยู่ในผักผลไม้ยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ซึมผ่านเข้าไปในแต่ละอวัยวะภายในร่างกายเพื่อช่วยบำรุงทั้งสมอง สายตา หัวใจ และส่วนต่างๆ ของร่างกายอีกมากมาย"

"เพราะฉะนั้นสีสันจึงเป็นเรื่องสำคัญ ในแต่ละวันเราจึงควรรับประทานผักผลไม้ให้ครบทั้ง 7 สี เพื่อสุขภาพที่ดีของร่างกายเราเอง"

ผัก ผลไม้ที่เราพบเห็นและบริโภคกันอย่างเอร็ดอร่อยนั้น มีสีสันที่แตกต่างหลากหลายกันไปตามแต่ละชนิด แต่บางคนอาจจะงงๆ และสงสัยว่าผัก ผลไม้สีไหนให้ประโยชน์อย่างไร และการรับประทานผักผลไม้ให้ครบทั้ง 7 สีในหนึ่งวันนั้นควรจะต้องรับประทานผักผลไม้และพืชพรรณใดเข้าไปบ้าง

ดร.เดวิด แบ่งแยกสีสันของผักผลไม้ทั้ง 7 สี รวมถึงบอกสรรพคุณที่ให้คุณประโยชน์ต่อร่างกายในส่วนต่างๆ ไว้ดังนี้

สีแดง ผักผลไม้ที่อยู่ในกลุ่มสีสันร้อนแรงสีนี้ ได้แก่ มะเขือเทศ ส้มโอสีชมพู แตงโม ซึ่งมีประโยชน์ช่วยบำรุงปอด โรคมะเร็งที่หัวใจและปอด ผักผลไม้สีแดงช่วยป้องกันได้

สีแดง-ม่วง ผักผลไม้ที่ให้สีสันนี้ ได้แก่ องุ่น ลูกพรุน แครนเบอร์รี่ แบล็กเบอร์รี่ สตรอว์เบอร์รี่ แอปเปิ้ลแดง สำหรับคนที่อยากได้ชื่อว่าเป็นคนฉลาดควรต้องรับประทานผัก ผลไม้ในกลุ่มนี้ เพราะผลไม้สีแดง-ม่วง จะเข้าไปช่วยบำรุงการทำงานของเซลล์สมอง ใครอยากเป็นอัจฉริยะก็ต้องรับประทานผักผลไม้สีนี้กันเยอะๆ

สีส้ม ผักผลไม้ในสีสันที่ยั่วยวนชวนรับประทานนี้ ได้แก่ แครอต มะม่วง แอปริคอต แคนตาลูป ฟักทอง มันฝรั่งหวาน ผลไม้จำพวกแตง

พิเศษสุดสำหรับสาวๆ ที่อยากเป็นสาวสุขภาพดีและมีผิวพรรณที่เปล่งปลั่งนวลเนียนแล้วล่ะก็ ผักผลไม้สีส้มสามารถช่วยได้ แถมยังช่วยบำรุงสายตาอีกด้วย

สีส้ม-เหลือง ผักผลไม้ในประเภทนี้ ได้แก่ ส้ม ส้มเขียวหวาน พีช มะละกอ เนคทารีน ซึ่งมีคุณสมบัติในการช่วยบำรุงหัวใจ และกระเพาะอาหาร และสำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องการขับถ่ายหรือท้องผูก สีส้ม-เหลืองก็พอช่วยได้ และในสีส้ม-เหลืองนี้ยังมีวิตามินซีจำนวนมาก ผักผลไม้สีส้ม-เหลืองยังบำรุงระบบเซลล์ในร่างกาย และมีความสารถในการฆ่าเซลล์มะเร็งในร่างกายของมนุษย์และสัตว์ได้อีกด้วย

สีเหลือง-เขียว ผักผลไม้ประเภทนี้ ได้แก่ ผักขม อโวคาโด แตงโมฮันนีดิว กะหล่ำเขียว ผักกาดเทอร์นิพ ข้าวโพดเหลือง ถั่วลันเตา ผักผลไม้สีนี้มีประโยชน์ช่วยบำรุงตับของเราให้แข็งแรง และยังกระตุ้นระบบการฟอกของเสียต่างๆ ในร่างกายอีกด้วย

ส่วนสาวๆ ที่กังวลเรื่องริ้วรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าสีเหลือง-เขียว ก็สามารถกำจัดริ้วรอยที่ไม่พึงประสงค์ออกไปได้

สีเขียว ผักผลไม้ประเภทนี้ ได้แก่ บร็อกโคลี่ หัวกะหล่ำปลี กะหล่ำปลี กะหล่ำปลีจีน ผักกวางตุ้ง ผักคะน้า ผักบุ้ง แน่นอนว่าที่เราเคยได้ยินผู้ใหญ่พูดกันเสมอๆ ว่ากินผักบุ้งจะทำให้ตาหวาน เพราะว่าพืชผักผลไม้สีเขียวนี้จะมีวิตามินเอเยอะ ซึ่งจะเป็นตัวช่วยในการบำรุงสายตาของเราให้มีสุขภาพดี

สีขาว-เขียว ผักผลไม้ในประเภทสุดท้ายนี้ ได้แก่ กระเทียม ใบกระเทียม หัวหอม ขึ้นฉ่าย ลูกแพร์ ใบเอนไดฟ์ ประโยชน์ของผักผลไม้สีนี้ก็คือ ช่วยในการทำงานของระบบหมุนเวียนต่างๆ ภายในร่างกาย โดยเฉพาะหัวใจ ใครไม่อยากเป็นโรคหัวใจก็ต้องบริโภคผักผลไม้สีขาว-เขียวกันเยอะๆ

แล้วก็ได้รู้กันแล้วว่าผักผลไม้ทั้ง 7 สี แบ่งเป็นสีสันประเภทไหนกันบ้าง ตอนนี้ก็เหลือแค่ว่าเราจะเลือกรับประทานกันให้ถูกวิธีได้หรือก็ไม่เท่านั้น

ดร.เดวิด ทิ้งท้ายไว้ว่า สำหรับคนที่อยากรับประทานวิตามินเป็นอาหารเสริมควรเลือกรับประทานแบบที่เป็นวิตามินรวมดีกว่าแบบแยกเป็นชนิดๆ ไป เพราะว่าเราอาจจะได้รับวิตามินนั้นมากเกินไป จนอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้

นสพ.ข่าวสด
วันที่19 กันยายน พ.ศ.2547 ฉบับที่5043(หมวด สตรี)

 



 ยินดีรับคำติชมและข้อเสนอแนะ  ส่งมาที่ E-mail :siamsouth1@hotmail.com
***ใช้งานได้ดีกับ Internet Explorer 6.0 + ,Text size=Medium,หน้าจอขนาด 800 x 600 px ***